เรามองว่าการลดน้ำหนัก เป็นเพียงการลดหุ่น?

            หลายคนในปัจจุบันนี้ประสบกับปัญหาที่แก้ยากมากๆอย่างหนึ่งก็คือ “ความอ้วน” แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินกว่าความสามารถที่จะแก้ไข

เพราะถ้าหากเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำมัน ก็ไม่มีปัญหาไหนที่จะแก้ไขไม่ได้ การลดน้ำหนักก็เช่นกัน คนที่ลดน้ำหนักส่วนใหญ่ก็ล้วนอยากจะมีหุ่นที่ดี มีบุคลิกภาพที่ดี เมื่อคนมองมาแล้วเราเองก็รู้สึกมั่นใจ ถึงแม้จุดประสงค์หลักจะเน้นไปที่การมีหุ่นที่ดี แต่ต้องไม่ลืมที่จะอยากมีสุขภาพที่ควบคู่ไปด้วย จึงเป็นที่มาของคำถามว่า เรามองว่าการลดน้ำหนักเป็นแค่เพียงการลดหุ่นหรือไม่

เพราะถ้าคุณมองว่าการลดน้ำหนักเป็นเพียงการลดหุ่น คุณก็อาจจะได้แค่หุ่นที่ดีสมใจอยาก แต่อาจจะต้องเสียสุขภาพที่ดีไปก็ได้ เพราะบางคนมีวิธีการลดน้ำหนักที่ผิดวิธี เห็นกันมากเลยก็คือการเลือกที่จะใช้ยาลดน้ำหนักที่มีออกมาขายกันตามท้องตลาด ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ควรเลือกมาใช้เลย เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อคุณหยุดกินยานี้

และกลับไปใช้ชีวิตปกติโดยมีพฤติกรรมการกินแบบเดิมๆ น้ำหนักของคุณก็จะเด้งกลับมาอีกเช่นเคย แถมด้วยระบบเผาผลาญของคุณก็จะไม่ปกติอีกต่อไป แต่ถ้าเราลองใจเย็นๆค่อยเป็นค่อยไปกับการลดน้ำหนัก และมองการลดน้ำหนักเป็นเรื่องของการใส่ใจสุขภาพ โดยมองว่าความอ้วนเป็นปัญหาสุขภาพจะนำมาซึ่งโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน เส้นเลือดในสมองแตก ภาวะหัวใจล้มเหลว และมะเร็งอีกหลายชนิด

ถ้าอยากจะผอมควรเริ่มจากการเลิกกินรสหวาน เพราะเมื่อร่างกายมีน้ำตาลมาก ตับอ่อนของเราก็จะหลั่งอินซูลินออกมาแล้วนำน้ำตาลส่งเป็นพลังงานให้กับเซลล์ แต่เซลล์ในร่างกายไม่มีการตอบสนอง อินซูลินก็เลยต้องนำเอาน้ำตาลไปเป็นไขมันแทน และที่สำคัญคือไม่ควรลดน้ำหนักด้วยวิธีที่สุดโต่งจนเกินไป

อย่างการโหมออกกำลังกายอย่างหนัก หรือการยอมอดอาหารแบบหักดิบ แต่ควรจะเน้นไปที่พฤติกรรมการกินเป็นหลัก โดยฝึกที่จะกินอาหารตามเวลา มากกว่าตามอารมณ์ เน้นกินอาหารที่มีกากใยอาหารสูงอย่างผักชนิดใบ เน้นกินให้อิ่ม

จะได้ไม่หิวและกินจุกจิกระหว่างวัน หลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีไขมันสูง ทั้งของมันและของทอด งดการปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสจัด เพราะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินจะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ดีและเร็วขึ้น มากกว่าการเลือกที่จะออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว

เนื่องจากว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องของการดึงเอากลูโคสจากอาหารที่กินเข้าไปมาใช้มากกว่าการดึงเอาไขมันมาใช้ การออกกำลังกายจึงเป็นเรื่องของการเน้นทำให้เรามีสุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง และอายุยืนยาว ดังนั้นถ้าเราอยากจะลดหุ่นต้องเน้นไปที่การฝึกเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเป็นหลัก และออกกำลังกายควบคู่กันไป เพราะรูปร่างที่ดีควรมาพร้อมกับสุขภาพที่ดีด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์

เพื่อสุขภาพที่ดี

      เพื่อสุขภาพที่ดี แนะนำร้านอาหารที่เน้นเรื่องดูแลสุขภาพโดยตรง

               เดี๋ยวนี้เทรนการดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีร้านอาหารและขนมเกิดขึ้นมากมายที่เน้นขายอาหารเพื่อสุขภาพ

ซึ่งบางร้านก็อาจจะพอกินได้แต่บางร้านก็อร่อยเว่อร์ วันนี้เราจะพาคนรักและใส่ใจในสุขภาพไปรู้จักร้าอาหารที่เมื่อเข้าไปกินแล้วสุขภาพดี มีแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาให้ลองหาเวลาไปรับประทานกันค่ะ 

  1. Organnika House  สำหรับร้านแรกเป็นร้านของ ดารา ศรีริต้า เจนเซ่น ถ้าเอ่ยถึงนางเอกคนนี้ทุกคนต้องรู้จักแน่นอน นอกจากจะแสดงละครได้เก่งแล้ว เธอยังทั้งสวยและหุ่นดีอีกด้วย ร้านนี้นอกจากจะใช้วัตถุดิบที่เป็นออร์แกนิกแล้ว บรรยากาศของร้านยังน่ารัก และร่มรื่นอย่างมาก ลักษณะของร้านเป็นแบบกลาสเฮาส์ แต่มีต้นไม้สูงใหญ่คอยบังแดดให้ทำให้ภายในร้านไม่ร้อน มีกลิ่นหอมอ่อนๆของกลิ่นน้ำหอมสปา ทำให้นั่งรับประทานอาหารแล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก สำหรับร้านนี้หากสนใจไปทาน จะอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 49 อยู่ในโครงการพิมาน 49 บนชั้น 6 
  2.  Tiny Cup@ Wireless Road  สำหรับร้านที่สองที่แนะนำนี้จะอยู่ในย่านถนนวิทยุ ซึ่งร้านนี้จะทำอาหารง่ายๆไว้คอยบริการสำหรับพนักงานออฟฟิตโดยเฉพาะ แต่รับรองได้ว่าอาหารที่นี่อร่อย สดและของที่นำปรุงอาหารทั้งผักและผลไม้ก็เป็นของออร์แกนิกทั้งสิ้น เหมาะกับคนที่ใส่ใจในสุขภาพเป็นอย่างมาก ซึ่งที่ร้านจะอยู่ตรงซอยวิทยุ 1  Sutawongse condominium 
  3. Veganerie  สำหรับร้านนี้จะเป็นขนมอร่อยๆที่ทำด้วยธัญพืช เน้นของหวานที่เป็นแบบคลีน เหมาะอย่างมากกับคนที่รักสุขภาพเพราะไม่มี นม ไข่ หรือว่าเนยเป็นส่วนผสมเลย สำหรับใครที่อยากมาลองทานที่ร้านนี้ ร้านอยี่ Mercury Mall ชั้น 4  ถนนเพลินจิต
  4. Salada   เป็นอีกร้านที่เน้นอาหารออร์แกนิก  ใช้เต้าหู้แทนเนื้อสัตว์ และเป็นอาหารที่ใส่ใจคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก อาหารจานเด่นของที่นี่มีหลายอย่างที่อร่อย รับรองทานแล้วถูกปากแน่นอน หากใครที่สนใจจะไปชิมสามารถไปได้ที่ ตลาดบองมาเช่  ห้อง E โซน 103
  5. และอีกร้านที่อยากจะแนะนำในวันนี้คือ ร้าน Patisserie Potager Bangkok  สำหรับร้านนี้เป็นร้านขนมเค็กแต่เป็นเค็กเพื่อสุขภาพนะคะ เพราะเค้กทุกชิ้นของที่นี่ทำมาจากผักค่ะ ที่นี่มีเมนูเค้กและขนมรวมกันมากกว่า 11 เมนูเลยที่เดียว เค้กร้านนี้เป็นแบรนด์ดังมากของประเทศญีปุ่น และที่นี่ยังเป็นสาขาแรกที่มีการนำเข้ามาจำหน่าย ใครที่ยังไม่เคยลองเค้กผั และยังไม่รู้ว่าผักสามารถนำมาทำเค้กแล้วรสชาติจะเป็นอย่างไร ลองมาชิมได้ค่ะอยู่ที่ทองหล่อ ซอย 5 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

เมื่อเรามีอาการเวียนหัวคลื่นไส้  

เมื่อเรามีอาการเวียนหัวหรือว่าคลื่นไส้  เราจะรู้สึกได้ว่าเราเหมือนจะไม่สบายเมื่อเรามีอาการเวียนหัว  เมื่อเราพูดเรื่องนี้แล้วจะทำให้หลายคนเกิดความเป็นห่วงและก็ทำให้เราขาดความเข้าใจหรือว่าการที่เราจะรับมือ ว่าเราต้องประฏิบัติตัวอย่างไร

       เมื่อเรามีอาการเวียนหัวเราจะรู้สึกหน้ามืดและมีอาการที่คลื่นไส้ด้วยนั้นเราก็ต้องดูว่าอาการที่เราเป็นเกิดจากอะไร  เพราะว่าอาการที่เราเป็นสามารถที่จะเป็นอย่างอื่นนั้นได้  ไม่ว่าจะเป็นอาการไขมัน   หรือว่าความดันต่ำ  หรือว่าจะมีอาการแพ้ท้อง  เมื่อคนที่มีอายุมากขึ้นก็สามารถที่จะเป็นอาการเหล่านี้ได้เพราะว่าจะทำให้เขาล้ม  ดังนั้นเราต้องดูและกับอย่างใกล้ชิด  อาการที่เราเวียนหัวเกิดจากการระบบทรงตัวของร่างกายเสียสมดุล  

      เมื่อเรามีอาการที่เราเวียนหัวเราก็ควรที่จะหาอะไรมาดมเพื่อที่จะบรรเทาอาการอย่างเช่นยาดม  ยาหอม  เพื่อที่ให้เรารู้สึกว่าเรามีอาการที่ดีขึ้น  เมื่ออาการของเราดีขึ้นเราก็ควรดูว่าเรายังมีอาการที่เวียนหัวมึนงงอยู่อีกไหม  เพราะว่าถ้าเรามีอาการที่เวียนหัวหรือว่ามึนงง เราก็ควรที่จะพักผ่อน  หรือว่าเรานอนแล้วพักผ่อนแล้วแต่ว่าอาการนั้นยังไม่ดีขึ้นเราก็ควรที่จะไปหาหมอเพื่อที่จะให้หมอตรวจเช็คร่างกายว่าเราเป็นอะไรมีอาการอะไรถึงได้เป็นอย่างนี้   

      แต่ว่าอาการที่เราเวียนหัวหรือว่ามึนงงเราสามารถที่จะตั้งท้องได้เหมือนกัน  เพราะว่าเป็นอาการที่บ่งบอกว่าเราตั้งท้อง  แต่ถ้าเราไม่แน่ใจหรือว่าอะไรเราก็ควรที่จะไปซื้อที่ตรวจมาตรวจว่าเราตั้งท้องหรือเปล่า  แต่ถ้าเราตั้งท้องเราก็ควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อที่จะทำการฝากครรภ์  

     หรือว่าอาการที่เวียนหัว  เกิดจากการที่เรายังไม่ได้กินข้าว เพราะว่าเราอาจจะลืมกินข้าวจนทำให้ร่างกายของเราเกิดอาการเวียนหัวแล้วเป็นลม  หรือว่าก่อนที่เราจะเป็นลมเรามีอาการเจียนออกมาจนเรารู้สึกว่าไม่ไหวนั้นก็เป็นได้ เราก็ควรที่จะตรวจเช็คร่างกายของเราด้วย  

   อาการของคนที่จะเป็นประจำเดือนเราจะรู้สึกว่าเรามีอาการเวียนหัว   หน้ามืด  หรือว่ามีอาการอาเจียนออกมาด้วย การที่เราจะเป็นประจำเดือนเราจะมีความอาการอยากกินของเปรี้ยวหรือว่าของหวาน ดังนั้นเราก็ควรที่จะเลือกดูแลตัวเอง  

ถ้าเรารู้สึกว่าเราร่างกายของเราไม่ค่อยที่จะแข็งแรงเราก็ควรที่จะออกกำลังกายบ้างเพราะว่าการที่เราออกกำลังกายเราจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

การตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี

เราจะทราบได้ว่าไม่ว่าจะเป็นส่วนของอาการติดเชื้อหรืออาการของผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ มีสภาพเป็นอย่างไร ฉะนั้นการที่เรารู้ว่าตัวเราเองนั้น มีความเสี่ยงต่อเรื่องพวกนี้ ก็สามารถที่จะไปตรวจเพื่อความแน่ใจได้ เพื่อเราจะได้ทราบว่าเรานั้น ได้รับเชื้อเอชไอวีหรือเปล่า

เพื่อที่จะสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็ว เราจะได้รับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่าถ้าหากเรานั้นได้รับเชื้อเอชไอวีแล้วได้รับการรักษาที่ช้า อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่างๆตามมาได้ ฉะนั้นการที่เราเข้าตรวจและรับการรักษาถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือการติดโรคที่สุดแล้ว เราสามารถที่จะไปตรวจที่โรงพยาบาลได้เลย

ประโยชน์ของการตรวจเลือดหาเชื้อเอชไอวี

ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากๆสำหรับบุคคลที่รู้ตัวเองว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแล้วรีบมาตรวจเลือด เพื่อที่จะทราบว่าเรานั้น ได้รับเชื้อมารึเปล่า เพื่อความพร้อมในการเตรียมตัวรักษาร่างกายของเรา เพราะถ้าสำหรับผู้ที่ได้รับเชื้อนั้นถ้าได้รับการรักษาที่รวดเร็ว จะทำให้การรักษามีความง่ายต่อการยับยั้งเชื้อเอชไอวีได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยด้วย

ว่าร่างกายนั้นมีความแข็งแรงหรือมีภูมิต้านทานมากพอที่จะช่วยในการยับยั้งเชื้อเอชไอวีรึเปล่า แต่การที่ได้รับการรักษาที่เร็ว ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ป่วยอย่างมาก ฉะนั้นเราสามารถที่จะนำในส่วนของเรื่องนี้ ไปให้ข้อมูลสำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้

สามารถให้ความรู้สำหรับวัยรุ่นในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดี รวมถึงนักเรียน นักศึกษา ให้รู้ถึงการติดเชื้อ ให้รู้จักวิธีการป้องกันตัวเอง เพื่อที่จะให้เรานั้น ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ห่างไกลจากเรื่องเหล่านี้ได้ เราจะได้ใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข ฉะนั้นการนำความรู้ในเรื่องนี้มาสอนถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากๆ เพราะว่าเราสามารถที่จะนำประโยชน์จากข้อมูลตรงนี้ไปใช้ได้อย่างเกิดประโยชน์ได้

เราจึงต้องรู้จักการปฏิบัติตามที่ดี เพื่อที่จะรู้ถึงการเกิดโรค การติดเชื้อ รวมถึงการรักษา ขึ้นตอนการรักษาต่างๆ ถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากๆ เพราะว่าในยุคปัจจุบันนี้ วัยรุ่นจะชอบมีความอยากรู้ อยากลองอย่างมาก

ฉะนั้นการที่มีเรื่องนี้เข้ามาสอน อาจจะทำให้ทำให้คิดและตระหนักได้มากยิ่งขึ้น ว่าควรใช้ชีวิตของเราอย่างไร ให้ปลอดภัยจากโรคเหล่านี้ได้ การที่เรารู้จักการดูแลรักษาตัวเองเป็นอย่างดีเป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งที่สมควรจะอย่างมากเช่นกัน

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

WFH อย่างไรให้ไม่น่าเบื่อ

สถานการณ์โควิด19 ที่ยาวนานมากกว่า 3 เดือน ทำให้ประชาชนที่ต้องทำตามนโยบาต่างๆ ของประเทศ เกิดความเคร่งเครียด ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ และการทำงานที่ต้อง WFH หรือ Work From Home คือ การทำงานอยู่บ้าน ซึ่งด้วยวิธีการทำงานในรูปแบบนี้อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน ซึ่งมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย แต่ที่แน่ๆ คือ ต้องกับความเครียดเพิ่มขึ้น เพราะนอกจากจะไม่ได้ไปไหนแล้ว ยังต้องมาพบกับงานแม้จะอยู่ที่บ้านก็ตาม วันนี้เราจึง มูลนิธิแก้ไขปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ (มปอ.) จึงแนะนำวิธีจัดการกับอารมณ์และความเครียด รวมถึงคำแนะนำ

ในการหลีกเลี่ยงการดื่มแบบผิดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์ในปัจจุบันแย่ลง

1. จัดสรรพื้นที่การทำงานสำหรับการ Work From Home และพื้นที่ส่วนตัวที่จะใช้พักผ่อนให้เป็นคนละส่วนกัน
การทำงานที่บ้านอาจทำให้เราแยกแยะไม่ได้ ว่าอันไหนคือบ้าน อันไหนคือที่ทำงาน จากที่เครียดกับงานแล้ว เมื่อกลับบ้านก็จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น กับกลายเป็นว่าบ้านกับที่ทำงาน คือ ที่เดียวกัน อาจจะไม่สามารถผลัดความคิดเรื่องงานออกได้จึงอาจทำให้เครียดมากกว่าเดิม “งาน” ได้ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ พื้นที่แห่งการพักผ่อนอย่างห้องนอนห้องนั่งเล่นของใครหลาย ๆ คน ถูกเปลี่ยนเป็นออฟฟิศเฉพาะกิจ ตื่นเช้ามาก็เจอคอมพิวเตอร์และงานรออยู่ที่ปลายเตียง อาจสร้างความวิตกกังวลเพราะงานตามเรามาได้ทุกเมื่อ
ปัญหานี้สามารถจัดการได้ โดยแผนกแพทยศาสตร์การนอนหลับ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แนะนำว่า การจัดพื้นที่ห้องนอนให้ปราศจากงานและคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้สมองจดจำความเชื่อมโยงระหว่างห้องนอนและการพักผ่อนได้ดีขึ้น จึงแนะนำให้จัดพื้นที่ทำงานแยกจากพื้นที่พักผ่อนให้ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้งานเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของคุณจนเกินพอดี และอย่าลืมสร้างบรรยากาศให้เหมาะกับการทำงาน มีแสงแดดและอากาศถ่ายเทเพียงพอ

2. ข้อดีของการทำงานที่บ้าน คือ ความยืดหยุ่น แต่มันยากมากที่จะต้องรักษาระยะเวลา และกิจกรรมประจำวัน
เป็นเรื่องยากที่เราจะตื่นนอนเพื่อไปทำงาน แต่ยากกว่าที่เราอยู่บ้านแต่ต้องตื่นมาทำงานที่บ้าน การจัดสรรเวลาให้ดีถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษากิจวัตรประจำวันของคุณให้เป็นไปตามปกติมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการตื่นนอนเวลาเดิม พักรับประทานอาหารกลางวันเวลาเดิม และเลิกงานเวลาเดิม การรักษากิจวัตรเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกสามารถควบคุมชีวิตที่เปลี่ยนไปจากการกักตัวอยู่บ้านได้ดีขึ้น นอกจากนี้ บทความจากเว็บไซต์ ฮาร์วาร์ดบิสสิเนส รีวิวยังระบุอีกว่ามีงานวิจัยที่พบว่าการทำงาน 52 นาที พัก 17 นาที คือระยะเวลาที่สมดุล สามารถเสริมประสิทธิภาพการทำงานได้ดีที่สุดอีกด้วย

3. ค้นหางานอดิเรกใหม่ๆ ให้ชีวิตไม่เฉาจนเกินไป
เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงกักตัวอยู่บ้าน คือ การที่ผู้คนเริ่มมองหากิจกรรมที่สามารถทำเพียงลำพังที่บ้านได้ด้วยตนเองมากขึ้น มีคนเคยบอกว่าอยากทำงานที่บ้านเฉยๆ แต่เมื่อมาถึงเวลาที่ได้อยู่บ้านจริงๆ กับรู้สึกว่ามันไม่ได้มีความสุขอย่างที่คิด เพราะเราดันเบื่อซะงั้น เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซากจำเจและเบื่อหน่าย จากการที่จะต้องถูกกักตัวอยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทำอาหาร อบขนม เขียนหนังสือ สร้างสรรค์งานศิลปะและงานประดิษฐ์ ในทางกลับกันการอยู่บ้านอาจกลายเป็นโอกาสที่ดีในการค้นพบงานอดิเรกและทักษะใหม่ ๆ ของคุณที่จะติดตัวไปในอนาคต ทั้งยังทำให้สนุก ผ่อนคลาย และเพลิดเพลินไปกับการอยู่บ้านอีกด้วย

เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงกักตัวอยู่บ้าน คือการที่ผู้คนเริ่มมองหากิจกรรมที่สามารถทำเพียงลำพังที่บ้านได้ด้วยตนเองมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซากจำเจและเบื่อหน่าย จากการที่จะต้องถูกกักตัวอยู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ทำอาหาร อบขนม เขียนหนังสือ สร้างสรรค์งานศิลปะและงานประดิษฐ์ ในทางกลับกันการอยู่บ้านอาจกลายเป็นโอกาสที่ดีในการค้นพบงานอดิเรกและทักษะใหม่ ๆ ของคุณที่จะติดตัวไปในอนาคต ทั้งยังทำให้สนุก ผ่อนคลาย และเพลิดเพลินไปกับการอยู่บ้านอีกด้วย

โรคปอดบวมในเด็ก

โรคปอดบวมส่วนใหญ่เกิดจากการอักเสบของปอดที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เด็กเสียชีวิตมากที่สุดในปีๆหนึ่ง และเป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กเล็กที่ต่ำกว่า5ปีในช่วงอากาศเย็นหรือช่วงหน้าหนาวควรระวังบุตรหลานให้ดีท่านผู้ปกครองก็ลองมาสังเกตดูว่าบุตรหลานของท่านมีอาการเหล่านี้หรือเปล่า

อาการปอดบวม

อาการของโรคปอดบวมในเด็กนั้นส่วนใหญ่จะมาจากการเป็นหวัดเริ่มมาก่อน จะมีน้ำมูก มีไข้และตัวร้อน ถ้าเกิดอาการผิดปกติอย่างไข้สูง ไอ หายใจแรงหรือไอแบมีเสมหะ หายเหนื่อยหอบ เวลาหายใจมีเสียงครืดคราด กินอาหารไม่ได้และมีอาการซึม และมีอาการถ่ายเหลว ปวดท้อง หรืออาเจียนออกมา เมื่อบุตรหลานมีอาการเหล่านี้ให้ท่านผู้ปกครองรีบพาไปพบแพทย์ทันที

วิธีป้องกันโรคปอดบวม

การป้องกันอย่างแรกควรให้ลูกกินนมแม่เพื่อที่ลูกจะได้มีภูมิคุ้มกันโรค และควรทำบ้านช่องให้ความสะอาดหมั่นปัก กวาด เช็ดถูบ้านให้ดี  และดูแลการเข้านอนให้ห่มผ้าไม่ให้ตากแอร์ ตากพัดลมมากไปยิ่งในช่วงอากาศเย็นๆ และเมื่อลูกเป็นไข้ควรหมั่นเช็ดตัว และคอยป้อนยาลดไข้ให้กินทุก 4 ชั่วโมงเพื่อลดไข้ และคอยให้ลูกดื่มน้ำมากๆและให้ยาตามอาการไปก่อนแล้วถ้าไม่ดีขึ้นค่อยพาไปพบแพทย์ และเมื่อลูกได้เป็นปอดบวมแล้วควรทำตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และควรถามคุณหมอเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมนี้ให้แก่ลูกด้วย

ความรุนแรงของโรคปอดบวม

การเป็นปอดบวมนั้นอาจเกิดจากการได้รับเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย แต่ถ้าหากบุตรหลานของท่านได้รับเชื่อแบคทีเรียชนิดรุนแรงอาจจะทำให้ระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตลงได้ในที่สุด เพราะในเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม และอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง และสามารถทำให้หูเป็นน้ำหนวกได้ หรือไซนัสอักเสบ ถ้าเกิดอาการรุนแรงกว่านั้นอาจทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดเกิดขึ้นได้ และอาจทำให้เยื่อหุ้มสมองเกิดมีอาการอักเสบขึ้นมา

โรคปอดบวมอาจจะเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและคนชราที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือบุคลที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องก็อาจจะเป็นได้ และยังมีโรคแทรกซ้อนตามมาหลังจากการเป็นไข้หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ก็เป็นไปได้ ยิ่งช่วงหน้าควรดูแลลูกน้อยเป็นพิเศษ ด้วยการคอยห่มผ้าเวลาลูกนอนดิ้น ให้ได้รับความเย็นไม่มากพอและคอยพาไปฉีดวัคซีนให้ครบเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

การเตรียมของสำหรับคลอดลูกน้อยมีอะไรบ้าง 

เมื่อเรานั้นต้องเตรียมของสำหรับการคลอดน้องนั่นคือสิ่งที่เรานั้นรอคอยมาเป็นเวลาที่นานนั้นเราต้องรอมาเป็นเวลาตั้ง 9 เดือนสิ่งของที่เรานั้นต้องเตรียมมาในตอนที่เรานั้นต้องคลอดสำหรับน้องนั้นมีอะไรบ้างเพราะว่าสิ่งของที่เรานั้นต้องเตรียมค่ะเริ่มแรกนั้นเราต้องเตรียมซื้อของสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะลืมตามาดูโลกนั้นเมื่อคุณหมอนั้นบอกว่าลูกน้อยเรานั้นเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย 

การซื้อของเตรียมคลอด

-อันดับแรกนั้นเราต้องรู้เพศของลูกน้อยที่กำลังจะลืมตามานั้นเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย  สิ่งแรกที่เรานั้นต้องซื้อคือผ้าอ้อมเพราะว่าผ้าอ้อมนั้นเป็นที่สำคัญอันดับต้นเลย

-เสื้อผ้าผูกหรือว่าเสื้อผ้าสำหรับเด็กแรกเกิดอันนี้ก็เลือกตามที่คุณแม่นั้นชอบเลยจร้า 

-แพมเพิ้ลหรับหรับเด็กแรกเกิดที่เรานั้นต้องใช้ 

-สำลี หรือว่ากระดาษเปียกสำหรับเด็กแรกเกิด

-กระดาษเช็ดชูแผ่นใหญ่

-ผ้าขนหนู

-ถุงเถ้าและถุงมือ หมวก

จากนั้นเราก็เตรียมใส่ตระกล้าที่เรานั้นจะเอาไปโรงพยาบาลเพื่อที่จะคลอดลูกน้อยเรานั้นก็พับเสื้อสำหรับเด็กอ่อนสักสี่ห้าชุด  จากนั้นเราก็เอาผ้าขนหนูไปสักสามสี่ผืน ผ้าอ้อมสักหนึ่งโหล และก็แพมเพิ้ลกระดาษเช็ดชูและถุงมือและถุงเท้าของลูกน้อยสักสามสี่คู่และหมวก

จากนั้นเราก็พับและเตรียมของเอาไปเพื่อที่จะเตรียมไปคลอดน้อง สิ่งของที่เรานั้นเตรียมก็ตามที่คุณหมอนั้นบอกแต่เราจะบอกว่าการที่เรานั้นเตรียมของไปคลอดน้องข้าวของที่เรานั้นเตรียมไว้นั้นเราต้องซักและทำความสะอาดให้เรียบร้อย

เพราะว่าทางร้านที่ขายนั้นไม่ได้ทำความสะอาดอะไรเพราะว่าเขารับมาขายแถมยังมีฝุ่นที่เกาะมากับผ้าและมีคนที่มาเลือกซื้อของไปหยิบจับอะไรมาดังนั้นเราก็ควรที่จะซักและทำความสะอาดของใช้ทุกชิ้นให้เรียบร้อยนะค่ะเพื่อสุขอนามัยที่ดีนะค่ะ 

เราเชื่อว่าคุณแม่หลายๆคนนั้นคงจะกำลังจะมีความสุขอย่างมากเพราะว่าการที่เรานั้นจะได้เห็นหน้าลูกน้อยของเรานั้นเป็นอะไรที่เราเป็นแม่ทุกคนนั้นอยากเจอว่าลูกน้อยของเรานั้นมีหน้าที่เหมือนใครเหมือนพ่อหรือว่าแม่ 

เป็นสิ่งที่ทุกคนในบ้านนั้นรอดูซึ่งเราเชื่อว่าคุณแม่ทุกคนนั้นต้องเตรียมพร้อมกับของใช้สำหรับลูกเอาไว้เป็นดีอย่างแน่นอนและคงเตรียมเสื้อซื้อผ้าหน้ารักน่ารักเอาไว้ให้กับลูกน้อยสำหรับเรากันใช่ไหมค่ะ

ตอนที่เรานั้นเตรียมมาแล้วนั้นเราก็ควรทำความสะอาดที่ทำด้วยเครื่องทำความสะอาดของเด็กเพราะว่าจะอ่อนโยนต่อลูกน้อย

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

วิธีการปกป้องภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณขา

วิธีการปกป้องภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณขา

วิธีการปกป้องภาวการณ์ลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำบริเวณขา และอาการขา เท้าบวม จากการเดินทางโดยนั่งเครื่องบินระยะทางไกล หรือการนั่งรถยนต์นานๆ หรือ การนั่ง การนอน นานๆ โดยไม่ ได้เคลื่อนไหวร่างกายด้วย มีดังต่อไปนี้

• สภาวะติดเชื้อโรครุนแรง เป็น การได้รับเชื้อที่ก่ออาการอย่างรวดเร็วทันใจ อาการจะร้ายแรงกว่าติดโรคเรื้อรัง แต่ว่าหากได้รับการดูแลรักษาอย่างแม่นยำ รวดเร็วทันใจ โรคมักรักษาได้หายภายในช่วงเวลา 2-3 อาทิตย์

• จะต้องเพียรพยายามเคลื่อนไหวร่างกายให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลุกเดินเท่าที่จะทำได้

• ขยับเท้า นิ้วเท้าเสมอ นั่งชูเท้าสูง

• ขยับขาเสมอ ไม่นั่งไขว่ห้าง

• ถอดรองเท้า ไม่ใส่ถุงเท้ารัดเท้า

• สวมเสื้อผ้าที่หละหลวม สบาย

• ไม่เก็บกระเป๋า สัมภาระใต้ที่นั่งที่นำมาซึ่งการทำให้จำต้องจำกัดการเคลื่อนไหวเท้า

• เลือกนั่งที่นั่งที่ใกล้ทางเท้า เพื่อการยืนขึ้น นั่ง เดิน เข้าห้องน้ำได้สบาย

• กินน้ำอย่างพอเพียง เพื่อลดความข้นของเลือดที่จะกลายเป็นลิ่มเลือดได้ง่าย

• ไม่รับประทานยานอนหลับ หรือ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพราะว่าจะทำให้หลับลึก กลายเป็นลดการเคลื่อนไหว

• อย่ารับประทานอาหารเค็มก่อนจะมีการเดินทาง รวมทั้งในระหว่างเดินทาง ด้วยเหตุว่าเกลือจะช่วยซับน้ำในเส้นโลหิต นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการบวมได้ง่าย

• ถ้าเกิดมีความกังวลใจมากมาย หรือเป็นคนเลือดข้น (เลือดแข็งได้ง่าย เวลาเลือดไหลเลือดหยุดเร็ว) ให้ปรึกษาหมอเพื่อรับประทานยาแอสไพริน ต่อต้านการแข็งตัวของเลือดก่อนเดินทาง

แกว่งแขนรักษาโรคได้อย่างไร

แกว่งแขนรักษาโรคได้อย่างไร
หากผู้ที่มีญาติหรือตนเองต้องทำกายบริหารเป็นประจำ คงจะทราบดีว่าการเดินแกว่งแขนนั้น ถือเป็นการออกกายบริหาร อีกทั้งการแขว่งแขนนั้นถือว่าเป็นศาสตร์ของแพทย์แผนจีนที่สืบทอดต่อกันมานานหลายพันปีแล้ว เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายๆ และทำได้เกือบทุกที่นั่นเอง ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใดๆ ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมคนป่วย ซึ่งจะมีความรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว เนื่องจากเลือดหมุนเวียนไม่สะดวกนั่นเอง

โดยเราจะยกตัวอย่างนะค่ะ ว่าอย่างเช่นในส่วนของพนักงานออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานอยู่วันละหลายชั่วโมง แทบไม่ได้ลุกไปไหน แต่หากได้ลองลุกเดินบ้าง ลุกไปเข้าห้องน้ำบ้าง บิดขี้เกียจสักครู่ เราจะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง ให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าตอนที่เรานั่งอยู่กับที่นานๆ ท่าเดิมนานๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก การทำอย่างนี้จะทำให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้นนั่นเอง เมื่อเลือดลมในร่างกายเดินสะดวกขึ้น ก็จะช่วยบรรเทาโรคร้ายได้นั่นเอง

เอ๊ะ แล้วทำไมต้องเลือกการแกว่งแขนด้วยละ?
ทำไมต้องแกว่งแขนหนะหรอ เพราะว่าที่เราแกว่งนั้น เพราะว่าที่ใต้หัวไหล่ที่เรียกว่ารักแร้นั้น คือชุมทางของต่อมน้ำเหลือง หากเราได้ขยับหัวไหล่ และรักแร้ ด้วยการแกว่งแขน จะช่วยให้ต่อมน้ำเหลืองขยับไปด้วย เมื่อต่อมน้ำเหลืองขยับ มันก็จะไหลเวียนไปทั่วร่างกาย “ระบบต่อมน้ำเหลือง” นั้น จะรวมไปถึง ม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมไธมัส ฯลฯ ด้วย ระบบเหล่านี้มีหน้าที่ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาคือต้องชำระร่างกายให้สะอาด ขจัดของเสีย สารพิษในร่างกาย แถมยังช่วยสร้างเม็ดเลือดขาว แอนตี้บอดี้ของระบบภูมิคุ้มกัน กรองสารแปลกปลอม เชื้อโรคสารพัด

การที่แกว่งแขนก็จะช่วยให้เลือดและระบบต่อมน้ำเหลืองสามารถที่จะหมุนเวียนอย่างสะดวก ไม่ติดขัด ก็จะช่วยเยียวยาอาการเจ็บป่วยของเราได้ชะงัด

แนวทางรักษาโรคกระเพาะ

การวินิจฉัยผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะ
โดยปกติแล้วการรักษาผู้ป่วยโรคกระเพาะ ก่อนการรักษาหากมีผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์ก็จะดำเนินการสอบถามอาการเบื้องต้นอย่างละเอียดก่อน แล้วจึงเริ่มทำการตรวจร่างกายเพื่อยืนยันให้แน่ชัด รวมถึงทำการตรวจพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Endoscopy) , การเอกซเรย์กระเพาะอาหารด้วยการกลืนแป้งแบเรียมเพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรืออาจมีการตรวจหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ด้วยการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือการตรวจด้วยวิธีการพ่นลมหายใจ เป็นต้น

การรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะ
ในการรักษาผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบจะรักษาแบบเป็นไปตามอาการที่ผู้ป่วยเป็น ได้รับยา และปรับปรุงพฤติกรรมและดูแลตัวเอง โดยส่วนมากผู้ป่วยโรคกระเพาะจะมีสาเหตุมา จากการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ซึ่งเป็นเชื้อที่พบตามอุจจาระของผู้ป่วยติดเชื้อ ซึ่งเชื้อเหล่านี้จะปะปนมากับอาหาร ทำให้มักพบผู้ป่วยด้วยสาเหตุนี้ได้บ่อย แพทย์ก็จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ยาคลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin) , ยาอะมอกซิซิลลิน (Amoxicillin) หรือยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) เพื่อช่วยการฆ่าเชื้อ
สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะ แพทย์ก็จะรักษาไปตามอาการเช่นกัน เพื่อเป็นการเร่งบรรเทาอาการให้ผู้ป่วยดีขึ้น อาทิ จ่ายยาลดกรดในกลุ่มโปรตอน ปั๊ม อินฮิบิเตอร์ (Proton Pump Inhibitors) หรือเอช 2 รีเซพเตอร์ แอนตาโกนีสต์ (H2-Receptor Antagonist หรือ H2 Blocker) เพื่อช่วยให้เกิดการหลั่งกรดและรักษาแผลที่เกิดในกระเพาะอาหาร

ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเพราะรับประทานยาในกลุ่มยาบรรเทาอาการปวดจนทำให้เกิดการระคายเคืองที่กระเพาะอาหาร แพทย์จะสั่งให้หยุดทานยาเหล่านั้นและแก้ไขพฤติกรรมอย่างเร่งด่วน รวมถึงทำการปรับเปลี่ยนยาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันให้แทน อีกทั้งแพทย์ก็จะแนะนำให้หยุดพฤติกรรมที่อาจส่งผลให้อาการแย่ลง อาทิ การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน , เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมไปถึงการสูบบุหรี่