การใช้เครื่องช่วยฟังให้ถูกจุด

โรคหูตึงกับเครื่องช่วยฟังเกี่ยวข้องกันอย่างไร

               สำหรับคนเราโดยทั่วไประดับความได้ยินของเสียงจะอยู่ที่ 90 เดซิเบล  แต่ถ้าบุคคลนั้นมีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินระงับการได้ยินของเสียงก็จะลดลง ซึ่งส่วนใหญ่คนที่มักจะไมค่อยได้ยินเสียง เรามักจะพบว่าคนกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มของคนที่เป็นโรคหูตึง

ซึ่งโรคหูตึงคือการที่คนเรามีความสามารถในการได้ยินเสียงลดลงซึ่งสำหรับประสิทธิภาพของการได้ยินเสียงที่ลดลงนี้อาจจะเกิดกับหูเพียงข้างเดียวของคนคนนั้นก็ได้หรือจะไม่ได้ยินเสียงทั้งสองข้างก็ได้ขึ้นอยู่สภาพปัญหาของหูของแต่ละคน ลักษณะของคนที่เป็นโรคหูตึงนั้น

มักจะได้ยินเสียงแต่เสียงที่ได้ยินนั้นจะเบามากจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเสียงกระซิบที่เบามากเช่นกัน เราจะสามารถรู้ได้ว่าใครที่มีอาการหูตึงบ้างได้จากลักษณะของเวลาที่คนๆนั้นฟังเสียงอะไรสักอย่างหากเขาหูตึงเขาจะเปิดเสียงดังมากกว่าปกติ

ซึ่งเสียงนี้หากคนปกติได้ยินจะรู้สึกฟังแล้วดังเกินจะฟังได้

แต่ถ้าเป็นคนหูตึงเขาจะได้ยินเสียงนั้นเป็นเสียงที่เขาได้ยินพอดี  และอีกอย่างที่เรามักจะเห็นคนหูตึงเป็นก็คือหากเวลาที่เราคุยกับเขา เขามักจะไม่ได้ยินสิ่งที่เราพูดจนทำให้เราต้องตะโกนเสียงดังเวลาที่ต้องพูดกับเขา หรือเราอาจจะต้องพูดประโยคเดิมซ้ำๆหลายครั้ง

หากเราพบคนในครอบครัวมีลักษณะอาการแบบนี้ สันนิฐานได้เลยว่าเขาอาจจะมีอาการเป็นโรคหูตึงควรรีบพาไปพบแพทย์เพราะหากปล่อยไว้นานเกินไปไม่รีบรักษาอาจกลายเป็นคนหูหนวกได้เลย และสำหรับคนที่เป็นโรคหูตึงนั้น เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุด้วยกัน

ทั้งจากอายุที่มากขึ้นทำให้อวัยวะภายในหูมีการเสื่อมลงตามวัย หรือบางคนอาจจะไปกินยาอะไรแล้วมีผลกระทบกับระบบประสาทของหู หรือเป็นเพราะการเกิดอุบัติเหตุ เช่นขับรถไปประสบอุบัติเหตุแล้วหัวกระแทก หรือล้มหัวกระแทก หรือทะเลาะกับเพื่อนแล้วตบตีกันไปโดนหูอย่างแรง และอื่นๆอีกมากมายที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุแล้วไปโดนส่วนที่อยู่ใกล้กับหูหรือโดนที่หูโดยตรง สิ่งเหล่านี้จะมีผลทำให้หูเกิดการอักเสบภายในและมีผลทำให้เป็นโรคหูตึงได้

หากเราหูตึงวิธีการรักษาอีกอย่างหนึ่งการใช้เครื่องช่วยฟัง

เพราะ เครื่องช่วยฟัง จะไปขยายเสียงให้ดังขึ้น ทำให้คนที่หูตึงได้ยินเสียงที่ชัดเจนขึ้น ซึ่งตัวเครื่องช่วยฟังจะทำหน้าที่กระจายสัญญาณเสียงให้ดังขึ้นเท่านั้น แต่ไม่สามารถรักษาอาการหูตึงได้

ข้อปฏิบัติหากเกิดมีแมลงชนิดต่างๆเข้าหู

เชื่อว่าทุกคนมักมีประสบการณ์เกี่ยวกับแมลงเข้าหู เพราะแมลงนั้นเป็นสัตว์ชนิดเล็กๆที่สามารถเข้าหูของเราได้ง่าย และมันก็ทำให้สร้างความเจ็บปวดในขณะที่บินเข้าหูของเราด้วย ในบางรายอาจจะเจ็บถึงขนาดต้องพบแพทย์ด้วยซ้ำ

ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำการปฏิบัติการเบื้องต้นหากมีแมลงต่างๆเข้าหูของเราหากไม่ทำการรักษา ก็อาจเสี่ยงให้เกิดเรื่องร้ายแรง ซึ่งอาจจะถึงขั้นต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง  ในกรณีที่ไม่รุ่นแรงถึงขนาดต้องไปพบแพทย์ เราสามารถแก้ไขด้วยต้นเองได้ดังต่อไปนี้

ในกลุ่มของเด็กๆที่มักมีความซนของพวกเขานั้น อาจรู้เท่าไม่ถึงกาลกับการหาอะไรนำมาแย่งรูต่างๆของร่างกาย เช่น จมูก หู หรือนำมาอมเล่น วัตถุเหล่านี้ที่เด็กๆนำมาใช้เล่นอาจจะเป็นสิ่งของต่างๆที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งนอกจากสิ่งของเหล่านี้แล้ว แมลงก็เช่นกัน หากมีการเข้าไปในหูของเรา อาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองมาก ซึ่งจะทำให้เราเกิดการปวดได้มากเช่นกัน

หลักการแก้ไขเบื้องต้นหากมีแมลงหรือสิ่งต่างๆเข้าหู 

หากเด็กหรือคนรอบข้างคุณมีพฤติกรรมเกี่ยวกับหูของเขา ด้วยการเจ็บ อักเสบ หรือมีการเกิดการระคายเคืองเกี่ยวกับหู เราควรมีการวิฉัยเบื้องต้นว่าน่าจะมีอะไรติดอยู่ข้างในของหูของเรานั่นเอง

ซึ่งในกรณีของเด็กเล็กๆที่มีอาการเหล่านี้และพวกเขายังไม่สามารถบอกหรือพูดได้นั้น เราควรสังเกตุจากอาการของเด็กๆด้วยวิธีการมองที่หูหากมีอาการแดงก็น่าจะใช่ หรืออาจจะสังเกตุจากน้ำที่ไหลออกจากหูก็ได้เช่นกัน แต่ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเด็กเราควรนำเด็กไปพบแพทย์เฉพาะทาง ไม่ควรทำการใดๆด้วยตนเอง เพราะเด็กอาจจะเกิดการตกใจและอาจจะขัดขืนหรือปัดมือของเรา ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลที่ร้ายแรงต่อแก้วหูของเด็กๆได้

หากเป็นเด็กที่สามารถรับรู้และพูดได้ ซึ่งหากมีแมลงติดที่หูของเราซึ่งเราสามารถมองเห็นและอยู่ใกล้ไม่ลึกมากนัก เราก็สามารถใช้แหนบค่อยๆทำการคีบออกมา แล้วค่อยนำตัวเด็กไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการอักเสบต่อไป

สำหรับกรณีที่เด็กมีความรู้สึกว่าอาจมีอะไรติดอยู่ในหูของเขา ซึ่งอาจจะไม่เจ็บมากนักแต่ก็ไม่อาจมองเห็นได้ ซึ่งเราห้ามใช้แหนบแหย่เข้าไปเป็นอันขาด เพราะเราไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่แหย่เข้าหูไปอาจจะไปทำร้ายภายในโพรงหู ซึ่งมันเป็นการเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้ง่ายๆ

หากเป็นสิ่งของที่มีขนาดเล็กติดเข้าไปที่หู ก็ควรให้เด็กหรือผู้ที่ประสบภัย ทำการเอียงศรีษะเพื่อให้วัตถุเหล่านั้นหลุดไหลตามออกมา แต่หากไม่สามารถหลุดมาได้ ก็ไม่ควรนำอะไรไม่งัดแงะเด็ดขาด ควรไปพบแพทย์จะเป็นการดีที่สุด