แนวทางรักษาโรคกระเพาะ

การวินิจฉัยผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะ
โดยปกติแล้วการรักษาผู้ป่วยโรคกระเพาะ ก่อนการรักษาหากมีผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์ก็จะดำเนินการสอบถามอาการเบื้องต้นอย่างละเอียดก่อน แล้วจึงเริ่มทำการตรวจร่างกายเพื่อยืนยันให้แน่ชัด รวมถึงทำการตรวจพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Endoscopy) , การเอกซเรย์กระเพาะอาหารด้วยการกลืนแป้งแบเรียมเพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรืออาจมีการตรวจหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ด้วยการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ หรือการตรวจด้วยวิธีการพ่นลมหายใจ เป็นต้น

การรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะ
ในการรักษาผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบจะรักษาแบบเป็นไปตามอาการที่ผู้ป่วยเป็น ได้รับยา และปรับปรุงพฤติกรรมและดูแลตัวเอง โดยส่วนมากผู้ป่วยโรคกระเพาะจะมีสาเหตุมา จากการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร ซึ่งเป็นเชื้อที่พบตามอุจจาระของผู้ป่วยติดเชื้อ ซึ่งเชื้อเหล่านี้จะปะปนมากับอาหาร ทำให้มักพบผู้ป่วยด้วยสาเหตุนี้ได้บ่อย แพทย์ก็จะทำการรักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่น ยาคลาริโธรมัยซิน (Clarithromycin) , ยาอะมอกซิซิลลิน (Amoxicillin) หรือยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole) เพื่อช่วยการฆ่าเชื้อ
สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคกระเพาะ แพทย์ก็จะรักษาไปตามอาการเช่นกัน เพื่อเป็นการเร่งบรรเทาอาการให้ผู้ป่วยดีขึ้น อาทิ จ่ายยาลดกรดในกลุ่มโปรตอน ปั๊ม อินฮิบิเตอร์ (Proton Pump Inhibitors) หรือเอช 2 รีเซพเตอร์ แอนตาโกนีสต์ (H2-Receptor Antagonist หรือ H2 Blocker) เพื่อช่วยให้เกิดการหลั่งกรดและรักษาแผลที่เกิดในกระเพาะอาหาร

ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเพราะรับประทานยาในกลุ่มยาบรรเทาอาการปวดจนทำให้เกิดการระคายเคืองที่กระเพาะอาหาร แพทย์จะสั่งให้หยุดทานยาเหล่านั้นและแก้ไขพฤติกรรมอย่างเร่งด่วน รวมถึงทำการปรับเปลี่ยนยาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันให้แทน อีกทั้งแพทย์ก็จะแนะนำให้หยุดพฤติกรรมที่อาจส่งผลให้อาการแย่ลง อาทิ การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน , เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมไปถึงการสูบบุหรี่